10 เคล็ดลับหน้าฝน สำหรับสาวออฟฟิศดูแลเสื้อผ้าไม่ให้อับชื้น

เชื่อว่าหลายๆคนคงเป็น ช่วงนี้จะซักผ้าทีไรฝนตกลงมาทุกที โดยเฉพาะสาวออฟฟิศที่ทำงานจันทร์ถึงศุกร์ พอถึงวันหยุดจะตากผ้าทั้งทีก็ไม่มีแดดซะงั้น หรือสาวๆบางคนต้องฝ่าการจราจรมาซักผ้าตอนกลางคืนหลังเลิกงาน แถมต้องตากผ้าในหอหรือคอนโดที่มีพื้นที่อย่างจำกัด ทำให้ต้องหนักอกหนักใจกับ ปัญหาผ้าเหม็นอับ! ณ จุดๆนี้จึงนำทริคดูแลและทำความสะอาดเสื้อผ้าในช่วงหน้าฝนมาฝากสาวๆ แม้จะไม่มีแดดแต่ก็ยังสะอาดไร้กลิ่นอับชื้นค่ะ มาเริ่มกันเล๊ยยย

1.ทำราวตากผ้า

แทบอยากร้องไห้ พอตากผ้าเสร็จฝนก็ตั้งเค้ามาไกล ๆ เลยต้องรีบเก็บผ้าไปกองรวมกันไว้ก่อน แถมยังทำให้เกิดกลิ่นอับชื้นจนต้องซักใหม่ ปัญหานี้แก้ได้ไม่ยาก เพียงแค่ทำราวตากผ้าหรืออาจจะใช้ ราวตากผ้าแบบเคลื่อนที่ สามารถย้ายกลับเข้ามาตากในที่ร่มได้ ไม่ต้องกองรวมหนีฝนให้อับชื้นอีก

2.ตากผ้าเลยทันทีเมื่อซักเสร็จ

หลังสัญญาณเครื่องซักผ้าเตือน อย่าชะล่าช้าใจเอนหลังนอนแล้วปล่อยให้ผ้ารออยู่ในเครื่องต่อไป เพราะขืนปล่อยไว้นาน ๆ ผ้าก็จะส่งกลิ่นเหม็นอับจนทำให้เราต้องซักใหม่อีกรอบ คราวนี้ทั้งเสียเวลาแถมยังเปลืองไฟเปล่า ๆ อีกต่างหาก รีบนำมาตากให้โดนแดดและลม ผ้าจะได้แห้งก่อนที่ฝนฟ้าจะมาเยือน

 

3.เครื่องอบผ้าช่วยลดกลิ่นอับและทำให้ผ้าแห้ง

หากใครไม่มีเวลามากในการแก้ไขปัญหาเสื้อผ้าเหม็นอับ แนะนำให้หยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงบนเสื้อผ้าที่เพิ่งซักเสร็จ จากนั้นก็นำเข้าไปอบในเครื่องอบผ้าให้เรียบร้อย ต่อให้ฝนจะตกติดต่อกันยาวนานแค่ไหน แต่ผ้าของคุณก็จะสะอาดหอมไร้กลิ่นอับ ไม่ต่างจากการตากให้โดนแดดอย่างไรอย่างนั้นเลย

4.วางชอล์กในตู้เสื้อผ้า ดับกลิ่นอับและลดความชื้น

ปัญหาที่ตามมาในช่วงหน้าฝนนั่นก็คือ เสื้อผ้าอับชื้นและมีกลิ่นเหม็นอับ แต่ชอล์กเขียนกระดานช่วยคุณได้ แค่นำแท่งชอล์กประมาณ 2 แท่ง ไปวางไว้ในมุมใดมุมหนึ่งของตู้เสื้อผ้าหรือลิ้นชักชุดชั้นใน ก็จะช่วยดูดซับความชื้นและกลิ่นเหม็นอับภายในตู้ให้หายไปได้

 

5.ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าและอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่เสมอ

ทำความสะอาดเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการซักผ้า ด้วยน้ำยาทำความสะอาดเฉพาะ เพื่อไม่ให้เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้าแห้ง หรืออุปกรณ์ในการซักผ้าอื่น ๆ เป็นแหล่งเพาะเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหากลิ่นอับชื้นแก่เสื้อผ้า

 

6.ตากผ้าในที่อากาศถ่ายเท

ถ้าจำเป็นจะต้องตากผ้าในบ้านหรือในที่ที่ไม่มีแดด ควรหา บริเวณที่โล่งและมีอากาศถ่ายเทมากที่สุดเป็นทำเลในการตากผ้า ไม่ควรตากผ้าในบริเวณที่มีความชื้นหรือมีกลิ่น เช่น ห้องน้ำ หรือห้องครัว เพื่อไม่ให้แบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ สามารถเจริญเติบโตได้ หรือถ้าไม่มีที่โล่งจริงๆ อาจจะใช้พัดลมในการช่วยเป่าให้ผ้าแห้งสนิทเร็วขึ้น

 

7. อย่าใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้ามากจนเกินไป

เพราะว่าในผงซักฟอกทั่วไปนั้นมีสารประกอบฟอสเฟตอยู่ ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เชื้อจุลินทรีย์ต่างๆใช้เป็นอาหารได้เป็นอย่างดี หากว่าล้างออกไม่หมด ก็จะทำให้เกิดกลิ่นอับชื้นได้ง่าย ควรเลือกใช้ผงซักฟอกสูตรป้องกันกลิ่นอับที่มีสูตรสารพัดนาโนที่สามารถฆ่าเชื้อโรคก็ได้ค่ะ

 

8. ควรใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม

น้ำยาปรับผ้านุ่มมีส่วนช่วยให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมถูกอกถูกใจผู้ใช้ หรือหากไม่ชอบความนุ่มเละของผ้า ก็สามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคใส่ในน้ำสุดท้ายได้ เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อโรคสามารถฆ่าเชื้อโรคที่ทำให้เกิดกลิ่นได้