สายถักต้องรู้ ไหมพรมแต่ละชนิด เหมาะกับอะไร ไปดูกัน

สำหรับคนที่ชื่นชอบในงานถักไหมพรมแล้วละก็ สิ่งเหล่านี้บางคนก็น่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว แต่เชื่อได้เลยว่ามีคนอีกมากที่ยังไม่แน่ใจว่า ไหมพรมแต่ละชนิดนั้นเหมาะกับงานถักหรือใช้กับอะไร วันนี้เราจึงสรุปสั้นๆ มาให้ดูกัน ลองไปดูกันได้เลย

1. ไหม คัตตอน (Cotton)

เหมาะกับอากาศร้อนอย่างบ้านเรา มักใช้กับงานที่ต้องซักล้างบ่อยๆ เช่น ชุดเด็ก ผ้าเช็ดจาน เป็นต้น

2. ไหม ไนลอน (Nylon)

เป็นไหมสังเคราะห์ที่แข็งแรงทนทานที่สุด มักนำไปผสมกับไหมประเภทอื่นๆ ข้อเสียของไนลอนคือไม่ค่อยระบายอากาศ แต่ทนน้ำได้ดี

3. ไหม อคิริก (Acrylic)

เป็นไหมมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง ราคาถูก เป็นที่นิยมในงานนิตติ้ง มักนำไปผสมกับวูล นิยมใช้กับงานหมวก ถุงมือ ผ้าห่ม และ sweater

4. ไหม เรยอน (Rayon)

เป็นไหมที่ทำจากไม้ มีลักษณะนุ่มนิ่ม และเป็นประกายสวยงาม เป็นที่นิยมในงานนิตติ้งเช่นกัน

5. ไหม วูล (Wool)

เป็นเส้นไหมที่ทำมาจากขนสัตว์ เช่น ขนแกะ ไหมวูลมีความทนทาน ยืดหยุ่น และไม่ยับง่าย ไหมวูลจะมีลักษณะแตกต่างกันไปตามประเภทของขนสัตว์ที่นำมาใช้ทำไหม เช่น Merino Wool เป็นไหมเส้นละเอียดและนุ่มนิ่ม แต่หากเป็น Pure New Wool จะมีเส้นไหมที่หยาบกว่า แต่มีข้อดีที่กันน้ำได้ดีกว่า ไหมวูลมักใช้กับงานสเวตเตอร์ หมวก ผ้าพันคอ และถุงมือ แต่มีข้อควรระวังคือ ไหมวูลจะไม่เหมาะกับคนแพ้ง่าย

6. ไหม โมแฮร์ (Mohair)

ทำ มาจากขนแพะแองโกรา มีลักษณะเบาและอุ่น โมแฮร์มักผสมกับวูลหรือไนลอนเพื่อลดความคันที่เกิดจากลักษณะขน เช่นเดียวกับวูล โมแฮร์เหมาะกับงาน sweater หมวก ผ้าพันคอ และถุงมือ

7. ไหม อัลพาคา (Alpaca)

ทำมาจากขนสัตว์ตระกูลลามะที่หน้าตาน่ารักๆนั่นละค่ะ เป็นขนที่มีความอ่อนนุ่ม อุ่นมาก และเบา ราคาถูกกว่าแคชเมียร์ ใช้กับงานถัก เช่น หมวก ผ้าพันคอ และสเวตเตอร์

8. ไหม แองโกรา (Angola)

ทำมาจากขนกระต่ายแองโกรานุ่มน่ารัก แต่มีข้อเสียคือเส้นไหมแตกง่าย ราคาก็แพง จึงมักผสมกับไหมอื่นๆเพื่อทำให้แข็งแรงทนทานขึ้นด้วย มักใช้งานหมวกและสเวตเตอร์

9. ไหม แคชเมียร์ (Cashmere)

ทำมาจากขนแพะแคชเมียร์ มีลักษณะนุ่มที่สุด หรูหราที่สุด และแน่นอนว่าราคาแพงที่สุด อีกทั้งไม่ยับง่ายอีกด้วย เรียกว่าดีไปเสียทุกอย่าง เหมาะกับงานสเวตเตอร์และผ้าพันคอ

10. ไหม (Silk)

ทำมาจากตัวไหม เป็นเส้นไหมที่เงาสวยและทน แต่ไม่ค่อยคืนตัว คือเสื้อผ้าที่ทำจากไหม เมื่อใส่แล้วยืดตามตัว ไม่หดกลับ ราคาแพง และยังดูแลรักษายากอีกด้วย

11. ลินิน (Linen) เป็นเส้นไหมที่ทำมาจากต้นลินิน มีความทนทาน ง่ายต่อการดูแลรักษา เหมาะกับอากาศร้อน แต่มี ข้อเสียคือยับง่าย ลินินมักใช้ทำเสื้อคาร์ดิแกนและสเวตเตอร์

12. ป่านหรือใยกัญชง (Hemp) เส้นใยจากพืชที่มีความคล้ายคลึงกับลินิน เป็นเส้นไหมที่แข็งแรง ทนความร้อน ยืดหยุ่นได้ดี มักใช้กับส่วนงานตกแต่งหรือพวกชุดหลวมๆ

13. ไผ่ (Bamboo) ไหมที่ได้มาจากเยื่อของไม้ไผ่ ทำจากเซลลูโลสไม้ไผ่ ซึ่งเส้นใยไม้ไผ่เป็นอินทรีย์ธรรมชาติ  สัมผัสนุ่มลื่น เส้นใยเงามัน ลื่น ระบายอากาศได้ดี ไม่หมักหมมเชื้อแบคทีเรีย แต่ไหมไผ่มีข้อเสียในเรื่องไม่ทนน้ำ จึงไม่เหมาะกับงานที่ต้องซักบ่อยๆ